ทฤษฎีบท กะทิสด

posted on 17 Dec 2009 11:23 by katisod1

 หลายๆคนคงเคยเรียนเรื่องทฤษฎีบท ปีทาโกลาส หรือ อริสโตเติล กันมาบ้างแล้ว วันนี้ผมเลยจะมาออกแบบทฤษฎีที่ผมค้นพบด้วยตัวเอง ว่าด้วยเรื่องกฏเกณฑ์ต่างๆ เผื่อในอนาคตข้างหน้าจะได้มีชื่อจารึกอยู่ในประวัติศาสตร์กับเขาบ้าง

1.กฎความเป็นไปได้
ขนมปังทาเนยที่พลัดตกพื้น จะเอาหน้าด้านที่มีเนยคว่ำลงเสมอ
และโอกาสที่เนยตกเปื้อนพรม จะมีมากขึ้นเป็นส่วนกับราคาของพรม

2.การดูดวง
หมอดูมักทายหลายเรื่องทั้งดีและเลวแต่เรื่องที่แม่นที่สุดคือเรื่องที่เลวที่สุด

3.กฎแห่งความแม่นยำ
หากขว้างก้อนหินสะเปะสะปะ มันจะพุ่งตรงเข้าหาวัตถุที่มีราคาแพงที่สุด

4.กฎของหาย
ของใช้ที่เราเห็นทุกวันจะหายต่อเมื่อเราต้องการใช้มัน

5.กฎของเมธี
เลขที่เราไม่ซื้อคือเลขที่จะออกงวดนั้นและหวยที่เราซื้อมักใกล้เคียงกับหวยที่ออก
หากได้บวกลบคูณหารด้วยเลขอะไรสักตัว หรือกลับหน้ากลับหลังแต่ถ้าเราซื้อเลขกลับ
มันจะออกเลขตรงและถ้าเราซื้อทั้งสองแบบมันจะไม่ออกเลย

6.กฎแรงโน้มถ่วง
วัตถุ 2 ชิ้นน้ำหนักไม่เท่ากันจะตกถึงพื้นด้วยความเร็วขนาดที่ทำลายทรัพย์สินได้
มากที่สุด เท่าๆกัน

7.ข้อพิจารณาในการเลือกซื้อหนังสือ
หนังสือปกสวย เนื้อในมักห่วย หนังสือปกขี้เหร่ เนื้อในห่วยกว่า

8.กฎห้ามพูด
คนไทยรู้จักกฎนี้ดี จนมีสุภาษิตว่า เข้าป่าอย่าเรียกหาเสือ
กฎมีว่า ทันทีที่คุณพูดแสดงความคาดหวัง
ถ้าหวังสิ่งเลวสิ่งเลวจะมาหาและถ้าหวังสิ่งดี สิ่งเลวก็จะมาหา

9.กฎของโฮว์
มนุษย์ทุกคนมักจะทำอะไรไม่สำเร็จ

10.กฎของไซเมอร์กี้
ถ้าคุณรื้อชิ้นส่วนออกมาประกอบใหม่จะมีน็อตเหลือเสมอ

11.ข้อสังเกตของอีตัวร์
รถเลนข้างๆ มักเคลื่อนตัวดีกว่าเลนของเรา

12. กฎการแก้ปัญหา
ในปัญหาใหญ่ๆ ที่เป็นอุปสรรคให้เราแก้ มักมีปัญหาเล็กๆอยู่ภายใน
ซึ่งพร้อมจะขยายตัวแทนที่ทันทีที่ปัญหาใหญ่ได้รับการ แก้ไขลุล่วง

13. กฎทอง
คนมีทองคือคนออกกฎ

14. ธรรมชาติของมนุษย์
มนุษย์เรามีสองประเภทประเภทแรก คือ คนที่ชอบแยกคนเป็นสองจำพวก
ประเภทที่สอง คือ คนที่รังเกียจพวกแรก

15. กฎยิ่งน้อยยิ่งดีของซีกัล
คนที่มีนาฬิกาเรือนเดียว จะรู้เวลาแน่นอน
คนที่มีนาฬิกาเพิ่มมาอีกเรือน จะไม่แน่ใจว่า เวลาใดถูกต้อง

16.กฎการใช้เวลาเหลื่อมล้ำ
การเริ่มต้นงานเป็นสิ่งยาก
เพราะงาน 90 % แรก จะกินเวลาไปถึง 90% ของเวลาในโครงการ
ส่วนงาน 10% ที่เหลือจะกินเวลาอีก 90% ของเวลาในโครงการ

17.กฎของโอ รีลลี
สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในโลกนี้ คือ การทำโต๊ะทำงานให้สะอาด

18. กฎของลีเบอร์แมน
นักการเมืองทุกคนโกหก แต่ไม่เป็นไรเพราะไม่มีใครฟังใคร

19. กฎน้ำพริกถ้วยเก่า
เสื้อผ้าตัวเก่งจะเก่าซอมซ่อทันทีที่เราได้ตัวใหม่

20. ข้อเท็จจริงขององค์กร
ในทุกหน่วยงานมักมีพนักงานคนหนึ่งและคนเดียวที่มองเห ็นปัญหาที่แท้จริงขององค์กร
และคนๆ นี้จะถูกไล่ออกเสมอ

21. กฎการโต้เถียง
คนที่พูดน้อยคือคนที่รู้มาก

22. กฎการทำงานเป็นทีม
เมื่องานยุ่งยาก ทุกคนผละหนี

23. กฎการมองโลก
มนุษย์ สามสิบคนในร้อยคน ชอบมองโลกในแง่ร้าย ที่เหลือมองร้ายกว่า

24. กฎการประกันภัย
เวลาขับรถ มักจะเจออุบัติเหตุรถชน ในวันที่ประกันชั้น 1 หมดอายุได้ 1 วัน
แถมอีกอัน ไม่รู้ทำไม เวลาหนังสือร่วงใส่เท้าต้องร่วงโดนใส่หัวแม่เท้าเสมอ ไม่เคยปรากฎว่าร่วงใส่นิ้วก้อยมั่ง
อีกอันนะ เสียงโทรศัพท์ กริ้งสุดท้ายคือจะดับไปก่อนที่เราจะรับทัน1ก้าวเสมอ

บอลไทยจะไปบอลโลก ถุย!

posted on 14 Dec 2009 13:05 by katisod1

 เป็นที่ทราบกันดีครับว่าขณะที่ทุกคนกำลังอ่านบทความนี้อยู่ ฟุตบอลทีมชาติไทยได้ตกรอบซีเกมส์ไปเป็นที่เรียบร้อย อย่างที่พระท่านกล่าวไว้ มีเกิดก็ต้องมีดับ มีขึ้นก็ต้องมีลง แชมป์8สมัยติดต่อกันเลยต้องมีคนจ้องจะล้มเป็นธรรมดา แต่ว่าพี่ครับ ถ้าพวกพี่ไปแพ้ในนัดชิงผมจะไม่เสียใจเลย นี่พวกพี่รีบแพ็คกระเป๋ากลับบ้านกันตั้งแต่ร อบแรกแบบนี้ผมไม่รู้ว่าจะรีบไปไหนกัน ต้มมาม่าไว้แล้วกลัวมันอืดหรือไงครับต้องรีบกลับไปกิน

  เอาเหอะถึงยังไงพี่เขาก็กลับมาแล้วครั้งหน้าค่อยว่ากันใหม่ ครั้งนี้ถือว่าเป็นบทเรียน ผมเลยมานั่งวิเคราะห์ว่าเรามีอะไรผิดพลาดตรงไหน เผื่อคนในสมาคมฟุตบอลมาอ่านเจอ จะได้เอาไปทบทวนดูว่ามีอะไรที่ควรจะแก้ไไขบ้าง(แล้วมึงเป็นใครทำไมเขาถึงต้องเชื่อมึงฟร่ะ)

1  กุนซือ สตีฟ ดาร์บี้  ตั้งแต่มีเฮดโค้ชต่างชาติเข้ามาทั้งปีเตอร์รีด หรือรอบสัน
ผมเชื่อว่าเฮดโค้ชเหล่านี้ ไม่เหมาะกับการทำทีมในเอเซีย โดยเฉพาะในย่านอาเซียน
ด้วยวิธีการวางเกมส์ที่เน้นการโยนยาวจากริมเส้นเป็นหลัก ไม่ค่อยได้ผลกับนักเตะร่างเล้กอย่างไทย
ผิดกับในยุคของอาจารย์ชาญวิทย์  ที่เน้นการเพรสซิ่งเกมส์หนึ่งสอง และการเชื่อมต่อเกมส์ระยะสั้นๆ
และเกมส์ทะลุช่องเข้าทำประตู และเล่นเกมส์รุกเร็ว...น่าตื่นตาตื่นใจ..

2. นักเตะหลายคนไม่ดีพอสำหรับซีเกมส์ชุดนี้ การจัดตัวนักเตะ อาจมีเด็กเส้น
เช่นกองหน้าอย่าง กีรติ  เขียวสมบัติ   เป็นกองหน้าฝีเท้าโคตะระธรรมดามาก ไม่มีทั้งความไว
ทั้งเซ้นในการทำประตู เทคนิคการเล่น  ในทีโอที ยังแทบไม่มีโอกาสลงเล่นเลย
คำถามที่ตามมา แล้วมันติดมาได้ไงหว่า ............แล้วทำไมนักเตะอย่าง จักรพัน แก้วพรม
ที่รวดเร็วเล่นดี เทคนิคสูง ทำไมไม่ติดหว่า.....หรือนักเตะที่โชว์ฟอร์มในไทยลีกได้ดีและอายุไม่เกิน 23 ก็มีอีกมากมายหลายคน
เช่น เอกภูมิ โพธารุ่งโรจน์    สุทธินัน  นนที  พวกนี้กลับไม่ติด

3. การรวมตัวของนักเตะ ใช้เวลาน้อยเกินไป  โดยเฉพาะความฟิต ผ่านไปสักแค่ชั่วโมงเรี่ยวแรงแทบไม่มีเลย

4. นักเตะหลายคนโชว์ฟอร์มได้ต่ำกว่ามาตรฐาน อาทิเช่น อาทิตย์ สุนทรพิธ  เล่นแทบไม่มีอะไรเลยจริงๆ
หรือแม้แต่นักเตะดาวรุ่งไทยลีกปีปัจจุบัน อย่างคัพฟ้า บุญมาตุ่น  ดูเชื่องช้า และออกบอลช้า และสปีดในการเล่นดูช้ามาก

5.วิธีการเล่น หรือรูปแบบการเล่น ที่เน้นการโยนยาวจากริมเส้นเป็นหลัก  ต่างกับเมื่อก่อนที่เราใช้โค้ชไทย ที่เล่นกับบอลในอาเซียนด้วยกัน ทีเล่นวิธีการทำเกมส์รุกไวด้วยการเพรสซิ่ง ต่อบอลเร็ว  เร้าใจ........

6. หลังจากที่ระยะสองปีที่ผ่านมา ไทยแพ้ง่ายๆ หลายเกมส์ ทั้ง เวียดนามคาบ้านในไทเกอร์คัพ  ล่าสุดก็แพ้สิงคโปร์คาบ้าน จ่อตกรอบอีกหนึ่งรายการ  จะเห็นว่าทีมอื่นไม่กลัวทีมไทย และมาตรฐานหลายทีมน่าจะดีพอๆ กับไทย โดยเฉพาะเวียดนาม 
นัดเปิดสนาม เกมส์ของเวียดนามแม้จะเน้นตั้งรับ แต่ไม่ได้ด้อยกว่าไทยเลย เพียงแต่กองหน้าเขาจบสกอร์ไมได้เท่านั้นเอง
วิธีการเล่นและรูปแบบการเล่นเขาดีกว่าเราด้วยซ้ำ  ออกบอลเร็ว ไว และนักเตะแข็งแกร่ง มีความเร็ว  หากวันนั้นถ้ากองหน้าเขาจบสกอร์ดีๆ  เราอาจจะแพ้ไปแล้ว   หรือแม้แต่กับมาเลเซีย  เราดูบอลก็รู้ว่า เบอร์ 9 กับ 10 ของเขา เล่นดีอยู่สองคน ก็ยังปล่อยให้เล่นอยู่นั่น ไม่มีการประกบจับตาย หรือทำอะไรเพื่อหยุดยั้ง  สุดท้ายก็สมควรแล้วล่ะครับที่แพ้......

7. นักเตะเล่นโชว์ออฟมากเกินไป มากกว่าเล่นเพื่อทีม หลายจังหวะเราจะสังเกตุได้  ตั้งแต่กองหลัง กลาง หน้า
ยกเว้นโกส์ที่ผมว่ายังเหนียวหนึบเหมือนเดิม สำหรับ กวิน......

บอลไทยจะไปบอลโลก

ถ้าบอลไทยได้ไปบอลโลกจริงๆนะ แสดงว่าทีมที่ได้ไปบอลโลกตอนนี้เนี่ย แม่งไปบอลจักรวาลกันหมดแล้วมั้ง

ปาย ทาม มาย

posted on 07 Dec 2009 01:53 by katisod1

 ช่วงนี้หน้าหนาวแล้วครับ แต่บอกตรงๆเมื่องไทยแมร่งหนาวแบบกั๊กๆ ประมาณว่า ยืนใส่เสื้อยืดอยู่แล้ว โอยหนาวๆๆๆๆ พอคว้าเสื้อกันหนาวมาใส่ปั้บ สักพักแมร่งเสือกร้อน ทำตัวไม่ถูกเลนกรู

 หนาวๆแบบนี้จะไปรับลมหนาวที่ไหนกันดี? ปิ๊งป่อง ไปเหนือดิ เอ่อ แล้วจะไปส่วนไหนของภาคเหนือดี ปาย ไง ไป ปาย ใช่ครับวันนี้อยากจะมาบอกว่า ผมชอบไปปายครับ ไปมาตั้งแต่คนยังไม่เยอะ จนเดี๋ยวนี้คนแมร่งยังกับแมงหวี่ เดินกันยั่วเยี้ย อบอุ่นจนอึดอัดไปหมดแล้ว

 บอกตามตรงนะตอนนี้ ปาย มันกลายเป็นการตลาดเยอะไปนิสนึง จนกลิ่นไอแบบเดิมๆมันไม่ค่อยมีแล้ว ความน่าไปมันก็เลยลดลง คนแห่ไปปายกันแล้วก็ไป ถ่ายรูปคู่กับ ตู้ไปรษณีย์ ป้าย อ.ปาย เคยเห็นคนถ่ายกับถังขยะด้วยนะ มึงจะติสไปไหน เรียกว่าอะไรที่มีคำว่า ปาย ติดอยู่กูถ่ายหมด ถามหน่อยว่าถ้าไปปายเพราะว่าคนอื่นเค้าไปกันเลยไปมั้ง มึงจะ ปาย ทาม มาย

 

หน้าร้อนนี้ไปเที่ยวปายกันมั้ย

ไอ้บ้าไปทำไมไม่มีคน

อ้าว ตกลงมึงจะไปดูคนไงแสรด

กฏเหล็กของการเป็นกิ๊ก

posted on 01 Dec 2009 15:33 by katisod1

กิ๊กมากกว่าเพื่อน แต่ไม่ใช่แฟน

กิ๊กไม่ใช่ชู้ แต่แฟนรู้ต้องเลิก เชื่อว่าใครๆก็รู้ว่ากิ๊กคืออะไร เพราะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในสังคมไทย และก็เชื่ออีกว่าหลายคนคงเคยมีกิ๊กกันมาบ้างแล้วหล่ะ แต่ เอ? กิ๊กเนี่ย ถ้ามีแล้วควรปฏิบัติตัวอย่างไรดี อันนี้ทาง สกท.(สมาคมส่งเสริมการมีกิ๊กแห่งประเทศไทย) ได้ร่างบทบัญญัติ ออกมาแล้ว มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง จะได้ไม่ทำตัวไก่กาให้อับอายชาวบ้านเวลามากิ๊ก

1.ห้ามหึงหวงแต่ห่วงกันได้
(ก้อชั้นไม่ได้รักแกนี่)

2. มีอะไรกันได้แต่ไม่ใช่ของกันและกัน
(ก็ชั้นมีตัวจริงอยู่แล้วนี่หว่า)

3.ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องมากเกินเหตุ
(ก็แกไม่ใช่แฟนชั้นนี่หว่า กะแฟนยังเรียกร้องไม่ได้เลย)

4. กิ๊กอาจเปลี่ยนสถานะได้ แต่ถ้าไม่ได้ก็ห้ามเศร้า
(จะไปเศร้าทำไมวะ ก็รู้แต่แรกแล้วว่าเค้ามีแฟนแล้ว)

5. ห้ามใช้กิ๊กร่วมกันกับเพื่อน
(ก็ยังอยากได้ไว้เป็นของส่วนตัวอ่ะน่า)
6. ถ้ากิ๊กคิดจะไปมีแฟนเป็นตัวตนโดยไม่ใช่เรา ห้ามฟูมฟายแต่ต้องพยายามยอมรับและยินดีด้วย แล้วค่อยตกลงกันอีกทีว่าจะยังกิ๊กกันต่อรึเปล่า
(ก็เรารักคนนั้นนิ)

7. ไม่จำเป็นต้อง take care กันเกินเหตุเพราะเป็นแค่กิ๊ก
(เออเด่ะ)

8. กิ๊กมีได้ไม่จำกัดจำนวนเป็น infinity ไม่จำกัดเพศ วัย และ สถานภาพ
(ถ้าไม่กลัวตายเพราะเอดส์แถมยังต้องปีนต้นงิ้วอีกก็เอา) 

9. กิ๊กสำคัญรองจากแฟน
(ก็ไม่ใช่แฟนนี่หว่า)

10. กิ๊กยังไงก็เป็นกิ๊กต้องเจียมตัว (เออ ขอบใจ)

อันนี้ประสบการณ์ตรงล้วนๆ แต่เชื่อว่าสาวๆหลายคนเป็นแบบนี้แน่ๆ 

โทรจิกได้ทุกทีที่ผมอยู่คนเดียว ประมาณว่าถ้าแยกจากกันเมื่อไหร่เป็นต้องโทรมาถามว่าอยู่ที่ไหน ทำอะไร อยู่กับใคร ทำอะไรที่ไหน หนักหน่อยก็อาจจะมีถึงขั้นให้คนรอบข้างมายืนยัน

เลิกซะทีกับคำตอบ "แล้วแต่ค่ะ" เพราะว่าเป็นกลางเกินไป การที่คุณอยากจะเอาใจเขาด้วยการยอมตามเขาทุกอย่างก็ไม่ใช่เรื่อง เพราะบางครั้งเขาก็ไม่ได้อยากรู้สึกเหมือนคุยกับหุ่นยนต์ ทางที่ดีถามอะไรก็ออกความคิดเห็นบ้างก็ดี

บ้าช้อปไม่ลืมหูลืมตา ไม่ว่ามีของขายที่ไหนก็ขอให้คุณได้ไปกับเขา แถมยังเป็นพวกความสามารถพิเศษช้อปได้ตั้ง 10 โมงเช้ายัน 3 ทุ่มครึ่งคุณก็ไม่หวั่น อันนี้หนุ่มๆ เขารับไม่ค่อยจะได้

อย่าคาดหวังกับเรื่องโรแมนติกให้มากจนเกินไป จริงอยู่ที่ว่าผู้ชายบางคนก็แสนจะโรแมนติกรู้จักเอาใจผู้หญิงของเขาด้วยวิธีการแสนน่ารักต่าง ๆ นานา แต่ก็แค่บางคนเท่านั้น ไม่ใช่ว่าผู้ชายจะเป็นเหมือนกันหมดซะเมื่อไหร่ ดังนั้นสาว ๆ อย่าคาดหวังให้เขาโรแมนติกเกินไปนัก เพราะพวกเขาคิดว่าถ้ามาจากใจของเขาจะดีกว่าที่เขาต้องทำเพราะคุณอยากให้เขาทำ

ขี้บ่นได้ทุกเรื่อง ยิ่งบ่นตอนที่นั่งอยู่บนรถด้วยกันหนุ่ม ๆ ยิ่งเซ็งไปกันใหญ่ เพราะเวลาขับรถเขาเองก็ต้องการสมาธิเหมือนกัน แค่ขับรถอย่างเดียวก็แทบจะไม่ไหวแล้ว ยังจะต้องให้เขามานั่งทนฟังคุณบ่นด้วยหรือ

คนล้มอย่าข้าม เขาทำผิดก็อย่าซ้ำเติมกันเลย จริงอยู่ที่ว่าผู้ชายเป็นประเภทเชื่อมั่นในความคิดตัวเองสูง บางครั้งการที่เขาจะทำอะไรสักอย่าง เขาจึงเดินหน้าอย่างไม่มีถอยแม้ว่าคุณจะเคยเตือนเขาแล้วก็ตาม แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เขาพลาดแล้วคุณยิ่งไปซ้ำเติมเขาว่า บอกแล้วไม่เชื่อ เป็นไงได้เรื่องเลย หรืออะไรประมาณนี้ แม้ว่าอาจจะดูไม่แรงสำหรับคุณ แต่สำหรับคนในอารมณ์นั้น ก็แรงเอาเรื่องอยู่



สาวๆ คนไหนอ่านแล้ว ก็พยายามลดพฤติกรรมที่กล่าวมา ก่อนที่หนุ่มๆ จะหันหน้าหนีไปซะก่อน

ข้อดีของการสูบบุหรี่

posted on 23 Nov 2009 13:15 by katisod1

entry นี้มีผลสืบเนื่องมาจาก entry ข้อดีของการดื่มเหล้า แล้วท่าน clepsydra บอกว่าน่าจะทำข้อดีของการสูบบุหรีบ้าง มานั่งนึกๆดูเออก็ดีเหมือนกันนิ ลองดูว่ามีอะไรกันบ้าง บางอันอาจจะเคยได้ยินมาแล้วก็อย่าว่ากันนะครับ

1.ขโมยไม่กล้าขึ้นบ้านเพราะคนสูบบุหรี่จะไออยู่ตลอดเวลา ขโมยคิดว่า เจ้าของบ้านยังไม่นอน

2.หมาไม่กล้ากัด เพราะคนสูบบุหรี่ร่างกายไม่แข็งแรงต้องอาศัยไม่เท้าคอยพยุงตัวอยู่ตลอดเวลา หมากลัวไม้เท้าจึงไม่กล้าเข้าใกล้

3.ไม่ต้องกลัวว่าตัวเองจะแก่ เพราะคนที่สูบบุหรี่มักจะตายก่อนแก่

4. ประหยัดในการซื้อน้ำหอม เพราะคุณจะมีกลิ่นตัวที่หอม ซึ่งเป็นกลิ่นที่คุณชอบ ติดตลอดเวลา

5. คุณจะได้เทรนด์สีของฟันใหม่ เป็นสีเทา-ควันบุหรี่และเหลือง ซึ่งกำลังเป็นที่นิยม พ่อฟันเลี่ยมทอง

6. นิ้วคุณจะไม่รู้สึกเจ็บเนื่องจากคีบบุหรี่เป็นประจำ จนทำให้นิ้วด้าน (กลาง-ชี้)

7. บ้านคุณจะปลอดภัยจากการคุกคามของยุง ไม่ต้องเสียเงินไปซื้อเชลส์ท๊อก บางบ้านควันยิ่งกว่าคอนเสิตทเรนอีกอ่ะ

8. เมื่อถึงระยะสุดท้ายของชีวิต คุณจะได้พักผ่อนอย่างสบายใจ เพราะจะไม่มีใครเข้ามายุ่งกับ คุณเลย แม้แต่ พ่อแม่ ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงก็ตาม คุณจะเป็นคนที่สังคมรังเกียจ เหมาะมาก สำหรับผู้ที่ชอบสันโดษ หรือมีโลกส่วนตัว

ใครยังสูบอยู่เลิกเหอะครับ บุหรี่มันไม่มีอะไรดีเล้ย หันมาสูบกัญชากันดีกว่าอย่างน้อยได้ขำ(จะจบดีอยู่แล้วเชียว)

  เคยได้ยินเรื่องราวของเขมรแดงกันมั้ยครับ เขมรแดงคือกลุ่มเผด็ดการที่นำทัพโดย พอล พจ และ เขียว สัมพันธ์ สองนักศึกษาชาวกัมพูชาที่ได้ทุนไปเรียนที่ประเทศฝรั่งเศษ แล้วพอกลับมาก็รวบรวมกำลังพลของตัวเองเข้ายึดอำนาจการปกครองของรัฐบาลกัมพูชาในยุคนั้น โดยได้รับการสนับสนุนจากพวกเวียดกง และพอยึดอำนาจได้สำเร็จก็ปกครองประเทศด้วยระบอบเผด็ดการที่เรียกว่าซ้ายจัดแบบตกขอบกันเลยที่เดียว ตลอดการปกครองในระยะเวลา4ปี เขมรแดงฆ่าคนไปทั้งสิ้นประมาณ 3 ล้านคน อ่านไม่ผิดครับ 3 ล้านจริงๆ

 และเรื่องราวต่างๆได้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนต์ฮอลลิวู้ด ในชื่อเรื่อง The Killing Fileds หรือชื่อไทยว่า ทุ่งสังหาร เป็นภาพยนตร์ที่ออกฉายในปี พ.ศ.2527ซึ่งกล่าวถึงระเทศกัมพูชาในยุคการปกครองของเขมรแดง โดยอาศัยเค้าโครงเรื่องจากประสบการณ์จริงของนักข่าวหนังสือพิมพ์ที่เข้าไปทำข่าวในกัมพูชาขณะนั้น 3 คน ได้แก่ ซิดนีย์ ชานเบิร์ก นักข่าวชาวอเมริกัน ดิธ ปราน ล่ามและนักข่าวชาวเขมร และจอน สเวน นักข่าวชาวอังกฤษ ภาพยนตร์เรื่องนี้ซึ่งได้รับรางวัลออสการ์ครั้งที่ 57 เป็นผลงานการกำกับของโรแลนด์ จอฟเฟ นำแสดงโดยแซมวอเตอร์สตัน (เป็น ซิดนีย์ ชานเบิร์ก) ดร. เฮียง เอส. งอร์ (เป็น ดิธ ปราน) จูเลียน แซนด์ (เป็นจอน สเวน) และ จอห์น มัลโควิช แสดงเป็น อัล ร็อคออฟ ภาพยนตร์เรื่องนี้มีหลายฉากที่ถ่ายทำอยู่ในประเทศไทยซึ่งมีลักษณะวัฒนธรรมและภูมิประเทศใกล้เคียงกับประเทศกัมพูชามากที่สุด เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น แม้จะสิ้นสุดยุคของเขมรแดงแล้ว แต่ประเทศกัมพูชาก็ยังคงเกิดสงครามกลางเมืองอย่างต่อเนื่อง การเข้าไปใช้สถานที่จริงถ่ายทำจึงไม่ปลอดภัย

ชื่อภาษาไทยของภาพยนตร์ชุดนี้มีการเปลี่ยนแปลงหลายครั้ง ครั้งแรกใช้ชื่อว่า "สิ้นชาติ สิ้นแผ่นดิน" ต่อมาจึงเปลี่ยนเป็น "แผ่นดินของใคร" ​และ "ทุ่งสังหาร" ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้อยู่ในขณะนี้ เหตุที่มีหลายชื่อก็เนื่องจากว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้มีการเปลี่ยนผู้ถือครองลิขสิทธิ์ในประเทศไทยหลายครั้ง

 แต่สิ่งหนึ่งที่ในหนังไม่พูดถึงคือ ในช่วงเขมรแดงเรืองอำนาจนั้น มีชาวเขมรจำนวนไม่น้อยกว่าแสนคนที่อพยบเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในประเทศไทย ซึ่งทางสหประชาชาติขอร้องให้ไทยรับเขาเหล่านี้เอาไว้ จริงๆเราจะไม่รับก็ได้ แต่คำว่า จริยธรรมไง คำนี้มันอยู่ในใจคนไทยทุกคนเราจึงพร้อมจะช่วยเหลือ

 ผมไม่อยากใช้คำว่า บุญคุณ กับกัมพูชา เพราะ บุญคุณ ถ้าหากมีการทวงกันเกิดขึ้น   บุญคุณทั้งหมดจะไม่มีความหมายอีกต่อไป แต่สิ่งที่กัมพูชาทำกับประเทศไทยตอนนี้มันควรหรือเปล่า เหมาะสมหรือไม่ หลายคนคงรู้ดี แต่ส่วนตัวผมรู้สึกรับไม่ได้ กับสิ่งที่เกิดขึ้น (ขอมีสาระสักเรื่องนะครับ มันอัดอั้นตันใจมานานแล้ว ระบายซะหน่อยจะได้ดีขึ้น)

ดังด่วนๆๆๆ

posted on 21 Nov 2009 15:10 by katisod1

   บอกตามตรงว่าตอนแรกยังนึกไม่ออกว่าจะเขียนอะไรดี แต่เมื่อวันก่อนเห็นข่าวคุณ บอล อธิป นานา โดนจับข้อหาเจอกัญชากับโคเคนในรถ  วันนี้เลยจะมาแนะวิธีดังด่วนให้ได้ดูกันเผื่อเพื่อนๆมีโอกาสได้เข้าวงการ หรือเผอิญมีดารามาอ่านเจอแล้วคิดว่าชื่อเสียงตัวเองมันเริ่มตกๆลองเอาไปใช้ดูรับรองดังแน่เชื่อดิ 

 1.แต่งงาน   ไม่ว่าแต่ก่อนอาจจะได้รับบทแค่เพื่อนพระเอก นางเอก หรือบทตัวประกอบไก่กา แต่พอออกมาประกาศว่าจะแต่งงานปุ๊บ คุณเอ๊ย ! เตรียมตัวออกให้สัมภาษทางรายการทีวี รายการวิทยุ หรือ นิตยสาร ได้เลย ยิ่งถ้าคู่สมรสเป็นคนในวงการด้วยกันล่ะก็ยิ่งดีใหญ่ แต่ถ้าเป็นคนนอกวงการ เขาหรือเธอผู้นั้นจะถูกนำมาวิจัยคล้ายจับตัว อีที ได้ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคนจะแต่งงานเนี่ยทำไมคนอื่นถึงอยากรู้อยากเห็นนัก ถ้าจะคลอด ไปช่วยเบ่งได้คงไปแล้ว

 

  2.ฉี่ม่วง

 นี่ก็อีกหนึ่งวิธีที่ดังได้เพียงข้ามคืน แน่นอน ดารากับยาเสพติด อันนี้ไม่สนับสนุนอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นการเข้าใจผิดล่ะ หุๆ สถาณการสร้างฮีโร่เห็นเห็นๆ  เหมาะกับดาราที่มีลุคเป็นแบดบอยมากๆ เริ่มแรกก่อนจะไปเที่ยวสถานบันเทิงยามค่ำคืน พกยาแก้ไอน้ำดำตราเสือดาวไปด้วย ไปถึงก็เที่ยวปกตินั่นแหละแต่ถ้าไฟเปิดผับปิดเพลงเมื่อไหร่แสดงว่างานเข้าแล้ว จ่ามาแน่ๆ แนะนำช่วงชุลมุนยกยาแก้ไอข้นมากระดกเลย พอเขาเอาฉี่เราไปตรวจมันจะออกมาม่วงปี๋ แรกๆตระเวนแก้ตัวตามรายการต่างไปก่อน ให้คนเข้าโจทจันว่าเราเป็นไอ้ขี้ยาไปสักพัก แต่พอผลการตรวจอย่างละเอียดออกมาว่าฉี่ม่วงนั้นเป็นผลมาจากยาแก้ไอแค่นี้ก็เรียบร้อย ไร้มลทิน

3.บู้นอกจอ

 นี่แหละเด็ดดวง เหมาะมากกับดาราแอ็กชั่นทั้งหลาย หาสถานที่เหมาะๆกินเหล้ากึ่มๆนิด เดี๋ยวมีเรื่องแน่ แตพอมีเรื่องตอนออกข่าวอย่าลืมทำหน้าสำนึกผิดให้คนสงสารแล้วบอกด้วยประโยคคลาสสิคว่า น้องๆทางบ้านอย่าเอาอย่างผมนะครับ แล้วก็ช่วยเหลือสังคมบำเพ็ญประโยชน์อีกนิดหน่อย ก็โล่งแล้ว

   แต่เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นวิชามาร ดังเร็วก็มักดับเร็ว เป็นไปได้อย่าไปทำอ่ะดีแล้ว (หลายคนอาจคิดว่า แล้วจะเขียนทำแมวอะไร เขียนบอกแล้วห้ามทำ ก็บอกแล้วไง อ่านชื่อเรื่องดิ หน้านี้ไม่มีสาระ”)

30 ข้อดีของการดื่มเหล้า

posted on 20 Nov 2009 22:11 by katisod1
หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าเหล้านั้นก็มีประโยชน์เหมือนกันนะครับ จากการรายงานผลการวิจัยของสถาบัน คงส์คอลเลจ(เจ้าเดียวกันกับที่วิจัยซุปไก่สกัดที่วิจัยมาแล้วว่ารสชาติคาวเหทือนน้ำต้มไก่มากกว่า)เราสามารถแยกข้อดีของสุรามาได้3หมวดหลักๆดังนี้
หมวดส่งเสริมอาชีพ

1. คนขายเหล้ารวยขึ้น พนักงานโรงงานเหล้ามีรายได้
2. หมอมีงานทำมากขึ้น
3. บริษัทยาและเครื่องมือแพทย์มีรายได้มากขึ้น เพราะว่าคนเป็นตับแข็ง เสี่ยงที่จะเกิดเลือดออกในกระเพาะมากขึ้น อุปกรณ์และยาเหล่านี้ครองมูลค่าตลาดหลายล้าน
4. เฮียปอ และตำรวจมีงานมากขึ้น
5. หนังสือพิมพ์อยู่ได้เพราะข่าวที่เป็นผลพวงจากเหล้านี่แหละ ปล้นฆ่าข่มขืน เกินครึ่งฉบับ
6. หนังสือเกี่ยวกับเหล้ามีมากมายพอๆกับหนังสือเพื่อสุขภาพ
7. ทำให้พระมีเรื่องเทศน์
8. เป็นจุดเชื่อมต่อทางศาสนาต่างๆ เพราะไม่มีศาสนาใดบอกว่าการกินเหล้าเมามายเป็นเรื่องดี
9. มุขแป้กๆของละครเวลาไม่รู้จะเขียนบทยังไงดี จะเขียนให้วัยรุ่นกินเหล้าเมาฉุดนางเอก ถ้าเป็นหนังโรงพระเอกจะโดนยำ ถ้าเป็นละครทีวีพระเอกจะโดนมา1แผล ถ้าเป็นหนังชีวิตนางเอกจะไม่มีคนช่วย
10. เมื่อรัฐบาลส่งเสริมอาชีพ พบว่าอาชีพผลิตเหล้าเป็นอันดับต้นๆที่คนไทยคิดออก


หมวดความรู้ทั่วไป

11. ขวดเบียร์ที่กินหมดแล้ว เอาไปตั้งดักแมลงสาบได้ แค่วางเอียงๆแหละ
12. สมัยเด็กๆจะเอาขวดเหล้าไปทุบละเอียดผสมกาวทาสายป่านว่าวเอาไปแกล้งตัดว่าวคนอื่นได้
13. สายลับใช้ขวดเหล้าฆ่าคนได้โดย เอาก้นขวดกระแทก(แข็งนะ) เอาปากขวดกระแทกเบ้าตา หรือฟาดให้แตกแล้วปาดคอ
14. คนไทยใช้เหล้าฆ่าคนโดยเอาแก้วเหล้ากระแทกปาก และซื้อฝากเพื่อนๆ
15. ยี่ห้อเหล้าเมืองไทย มีมากกว่ายี่ห้อนม ... สร้างรายได้ให้ผู้เกี่ยวข้องมากกว่า
16. เหล้ามีกลุ่มเป้าหมายแคบกว่ากลุ่มเป้าหมายของนม.. แต่ส่วนแบ่งตลาดต่างกันลิบลับ
17. เหล้าทำให้ตับแข็ง และทำให้"ไอ้นั่น"อ่อน ควบคู่กันไปอย่างอัศจรรย์
18. คนเมามีสามกลุ่ม 1.บอกว่าตนเองเมาแล้ว 2. บอกว่าไม่เมา 3. พูดไม่ได้เพราะสลบไปแล้ว
19. มากกว่าครึ่งของการบาดเจ็บของบุคลากรทางการแพทย์ในห้องฉุกเฉิน เกี่ยวกับคนที่เมาเหล้า ดังนั้นเป็นข้อได้เปรียบของคนที่เกลียดหมอนะ ดื่มเข้าไปเลย
20. เหล้ามีข้อดี ขนาดที่ว่ามีโทษมากมาย แต่รัฐบาลยังไม่ห้าม แปลว่ามันต้องมีข้อดีอันลึกลับแน่นอน



หมวดสังคม

21. เหล้าทำให้เด็กกร้านโลก กล้าทำในสิ่งที่เด็กไม่กล้าทำเช่นปล้น ฆ่า ข่มขืน ... เป็นวิธีที่รวดเร็วในการพัฒนาเด็กเป็นผู้ใหญ่
22. เหล้าทำให้พ่อเด็กจำนวนมากตายไปในรูปแบบต่างๆ เด็กในครอบครัวเหล่านี้จะรู้จักช่วยตนเองสู้ชีวิตมากขึ้น
23. ทำให้หมอแมวมีเรื่องเขียนไปวันๆ
24. เหล้าทำให้ครอบครัวอบอุ่น เร่าร้อน เหงื่อท่วมตัว จากการออกกำลังทำร้ายร่างกาย และพัฒนาต่อมน้ำตาของเด็กๆให้เจริญเร็วไม่เป็นโรคตาแห้ง
25. เหล้ามีบทบาทป้องกันประเทศรัสเซียยามสงครามมาแล้ว ในฐานะ Molotov´´´´s cocktail อันลือลั่น
26. เหล้าทำให้เราเห็นความรักอันสูงยิ่งของแม่ต่อลูก หลายครั้งที่แม่ถูกลูกเมาเหล้าเตะถีบผลักจนแขนหักขาหัก แต่แม่ยังไม่เอาเรื่อง
27. มนุษย์และลิงเป็นสัตว์สังคมที่สูงชั้นกว่าหมาแมว ดูสิ หมาแมวมันยังไม่กินเหล้าเลย
28. ลองนึกดูสิ ว่าเหล้าทำให้ประชากรตายไปมากแค่ไหน ถ้าไม่มีมัน โลกเราคงมีคนเยอะแยะมากมาย
29. เป็นอุปกรณ์สากลที่ทำให้ไทยจีนฝรั่งคุยกันรู้เรื่องดีกว่าวุ้นแปลภาษาของโดเรมอน
30. ทำให้กล้าแสดงออก กล้าพูดกล้าทำ แสดงออกซึ่งเสรีภาพในการพูดสมดังเป็นประเทศประชาธิปไตย
 นีคือข้อดีของการดื่มเหล้านะค้าบพี่น้องค้าบเชื่อยังว่ามันมีดี ถ้าไม่ดีจริงคนเรามันคงยังไม่กินกันอยู่แบบทุกวันนี้หรอก ส่วนตัวผมนั้นไม่กินเหล้าครับ แน่ะไม่เชื่อ ไม่กินจริงจี๊ง ถ้าไม่มีคนเลี้ยงอ่ะ แฮ่ะๆ (แหมจะจบดีอยู่แล้วเชียว)

คุยกับประพลาด

posted on 19 Nov 2009 13:11 by katisod1

สวัสดีครับนี่คือช่วง คุยกับประพลาด ช่วงที่เราจะมาคุยกันในทุกเรื่องย้ำนะครับว่าทุกเรื่อง entry นี้ถือเป็นปฐมบทของช่วงนี้ ขอหยิบจดหมายมาตอบซักสองฉบับแล้วกันนะครับ

ฉบับแรกมาจากน้อง ขิง ครับ

     สวัสดีค่ะพี่ๆทีมงาน นี่เป็น จม.ฉบับแรกที่หนูส่งเข้ามาเลยนะค่ะขอแนะนำตัวก่อนนะ หนูชื่อ ขิง ค่ะเรียกสั้นๆว่า น้ำขิง นะค่ะแต่จิงๆอยากให้เรียก ขิง มากกว่า พอดีน้ำขิง มันดูสั้นไปค่ะ

     เรื่องมีอยู่ว่า หนูมีแฟนอยู่คนนึงค่ะ สมมุติว่าชื่อพี่เบิ้มแล้วกันนะค่ะ คบกันมาจะปีนึงแล้วค่ะ พี่เขาเป็นคนดีมากๆเลยค่ะ คอยดูแลเทคแคร์น้องตลอด ขนาดจะเข้าห้องน้ำเขายังขอตามเข้าไปด้วยเลยค่ะ เขาบอกกลัวมีกล้องซ่อนอยู่ และที่สำคัญพี่เขาเป็นคนที่เป็นสุภาพบุรุษมากค่ะ ตลอดเวลาที่คบกันพี่เขาไม่เคยถูกเน้อต้องตัวน้องเลยสักครั้ง

    จนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เราไปดูหนังด้วยกันที่โรงหนังแห่งหนึ่ง สมมุติว่าชื่อโรงหนัง EGV แล้วกันนะคะ โรงหนังที่นี่เขาเปิดแอร์เย็นมาก พี่เบิ้มเขาเลยเอามือเขามาจับมือหนู เกิดจากท้องแม่มา 20 ปีเพิ่งเคยถูกเนื้อต้องตัวผู้ชายก็ครังแรกนี่แหละค่ะ หนูเลยอยากถามพี่ ประพลาด ว่า

1.การที่พี่เบิ้มเขาจับมือหนูเนี่ย หนูจะท้องมั้ยค่ะ

2.แล้วถ้าพี่เบิ้มเขาไม่จับมืออย่างเดียวแต่เขาแอบหอมแก้มด้วย จะทำให้เราได้ลูกแฝดหรือเปล่าคะ

3.แล้วถ้าเกิดคบกันไปวันหนึ่งพี่เบิ้มเขาเกิดทิ้งหนูไปมีคนใหม่ หนูจะแท้งมั้ยค่ะ

  สุดท้ายหนูอยากได้รูปพี่ประพลาดถ่ายคู่กับ บารัค โอบาม่า สักใบค่ะหวังว่าคงไม่เป็นการรบกวนจนเกินไปนะคะ

และขอให้พี่มีสุขภาพแข็งแรงมากๆนะคะ

รักนะจุ๊ฟๆ

            น้ำขิง ศิษย์จินเจน

ตอบน้องน้ำขิงครับ

 ต้องยอมรับว่าพี่เบิ้มของน้องนั้นเขาเป็นคนดีที่ต้องบอกว่ามหาเทพจริงๆ แนะนำให้น้องขิงจับเขาอย่าให้หลุดมือ เพราะดูจากความคิดความอ่านของน้องแล้วเนี่ย คงไม่ไมีผู้ชายคนไหนหน้ามืดมาชอบน้องอีกแล้วหล่ะครับ

 ส่วนคำถามทั้งหมดบอกได้เลยว่า แค่จับมือคงไม่ท้องหรอกครับคนนะไม่ใช่ปลากัดจะได้มองตากันปิ๊งปั๊ง แล้วท้องจะป่องขึ้นมา เมื่อไม่ท้องเรื่องลูกแฝดนั้นคงไม่ต้องตอบ ไม่ท้องแล้วมันจะมีลูกแฝดได้ไงเล่าฟระ ส่วนเรื่องแท้ง ถ้าเลิกกันคงไม่แท้งหรอกครับ แต่ถ้าน้องพลาดพลั้งไปจุ๊กกรู้กับพี่เขาแล้ว แล้วเขาเกิดทิ้งเราขึ้นมา แนะนำให้น้องเอาแทงค์น้ำไปทุ้มใส่กบาลแมร่งเลยครับ ส่วนเรื่องรูปถ่าย พี่ว่าท่านผู้นำแห่งอเมริกาคงไม่ค่อยว่างมาถ่ายรูปกับพี่หรอกครับ แต่ถ้าน้องอยากได้รูปพี่ถ่ายคู่กับผู้นำล่ะก็ เดี๋ยวพี่เอารูปน้าพี่ไปให้ครับ คือน้าพี่แกเป็นผู้ใหญ่บ้านอยู่ครับ อยู่ หมู่ 11 ต.บ้านเลน อ.บางปะอิน อ่ะหวังว่าคงแทนกันได้นะครับ

  รักนะ จ๊วบๆ

------------------------------------

   มากันที่ฉบับที่ 2 กันบ้าง มาจากน้องชิวาว่าครับ

   หวัดดีค่าเพ่ๆ ทิมงัล คึนุชึ่กิฟ น๊ะค๊ะ นุยั่กรุว่าทะมัยเดะไทต้องปะเดิลยามกัลค๊ะคึบะว่านุอะ มะด้ายเปงเดะ กทม คะ เลยสงไสมั่กๆเลยละคะ

   รบกวนเพ่ๆตอบขอนุด้วยน๊ะค๊ะ บะบุย จุบุ คุคิ งุงิ อิอิ คุกคุก

 

ตอบน้องชิวาว่าจัง

ตอบสั้นๆ ง่ายๆ เลยนะครับน้อง ถ้าน้องเป็นแบบนี้ พี่ว่าน้องเข้าร้านหนังสือ หาหนังสือ "ศัพท์ไทยเขียนอย่างไรให้ถูกต้อง" มาอ่านนะครับ เล่มนึงน่าจะไม่เกิน 40 บาท พี่คิดว่า ชีวิตของน้องน่าจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง (เปลี่ยนเยอะเลยแหละ - -" เหนื่อยใจจิงๆ เด็กหนอเด็ก)

-----------------------------------

วันนี้เวลาหมดแล้วครับ ใครมีอะไรจะติชม หรือ อยากคุยอะไรกะบประพลาด ก็เม้นท์ไว้ได้เลยครับ พบกันใหม่เมื่อชาติต้องการครับ หวาดเดค้าบ(ติดอีน้องชิวาว่ามาแหงเลย)

ป.ล.
ตัวละครทุกตัวล้วนถูกสมมุติขึ้น หากไปตรงกับใครต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ